ประวัติ ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ
 
i story/เปิดปูม ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจโดย นิตยสาร Ticoon(1)

นักสื่อสารเชิงยุทธ์แบบบูรณาการ (Integrated Strategy Communicator)

ดร. พจน์ ใจชาญสุขกิจ บุคคลที่เป็นที่รู้จักกันดีทั้งในฐานะนักวิชาการทางด้านการสื่อสาร  / นักสื่อสารชั้นนำของประเทศ / นายกสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย และหลากหลายตำแหน่งทางสังคม ขณะที่นักศึกษาจากทั้งภาครัฐ และเอกชน ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี,โท, เอก รู้จัก คุ้นเคยในฐานะอาจารย์ที่สอนหนังสือ และตำราทางด้านการสื่อสารที่ครบถ้วนในทุกองศา การสอนหนังสือมามากกว่า 10 สถาบัน โดยวิชาที่เป็นหัวใจก็คือ “การสื่อสาร” (Communication)ไม่ว่าจะเป็นวิชาการประชาสัมพันธ์ การวางแผนสื่อสาร การวิจัยการสื่อสาร กลยุทธ์การสื่อสาร

ด้วยความสามารถที่หลากหลาย เขามีผลงานการผลิตบทสารคดี ทั้งด้านเทอดพระเกียรติ ศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เผยแพร่ผ่านวิทยุและโทรทัศน์มากกว่า 500 ตอน เขียน ตำราเรียน/หนังสือ/งานวิจัย/งานวิชาการ/บทความ มากมายหลายร้อยชิ้น มีผู้ติดตามผลงานเขามากมายโดยจากการทำงานที่ มีจุดเริ่มต้นจากความสนใจส่วนตัวสู่การสวมหมวกหลายๆ ใบทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ของความสำเร็จทั้งวงการ เศรษฐกิจ องค์กรภาครัฐ -เอกชน  สังคมและศิลปวัฒนธรรมด้วยความสามารถที่ผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ได้อย่างลงตัว

ท่วงทำนองของเส้นทางชีวิต

ดร.พจน์ฯ เกิดที่จังหวัดสมุทรสงคราม ในครอบครัวที่เป็นทั้งข้าราชการและชาวสวน รายล้อมด้วยสังคมที่อบอวลด้วยกลิ่นอายทางวัฒนธรรม ของเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่เมืองหนึ่งของไทย รวมถึงพื้นฐานทางครอบครัวที่มีอยู่มาอย่างยาวนาน เขาจึงเติบโตมาท่ามกลางขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรม ความโอบอ้อมอารี และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชุมชนเป็นสิ่งที่ติดตัว มาตั้งแต่เด็กๆ เรื่อยมา หลังจบโรงเรียนประถมศึกษา และมัธยมภายในจังหวัด เข้าศึกษาต่อปริญญาตรี ทางด้านโสตทัศนศึกษาและ สื่อสารมวลชน และโดยทำธุรกิจการเปิดร้านขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้าไปด้วย ช่วงกระแส MBA เป็นสิ่งน่าสนใจใฝ่รู้สำหรับการเป็นผู้บริหารเขาจึงได้เข้าศึกษาปริญญาโท MBA จนจบ ในรุ่นแรกๆ ของประเทศไทย พร้อมกับเข้าศึกษา ในสาขาการเงิน และสาขาการตลาดควบคู่กันด้วยซึ่งนำโมเดลที่เรียนไปใช้ลงมือปฏิบัติจริง หลังจากนั้นก็ได้เข้าเรียนปริญญาโทอีก ในสาขาพัฒนาสังคม ผลการเรียนได้เป็นอันอันดับที่ 1 พร้อมรับรางวัลงานวิจัยดีเด่น ระหว่างการเรียนในระดับปริญญาโทนั้น ไม่ว่าจะเป็นสายธุรกิจ  หรือสายสังคม ได้ทำให้เขาได้มีโอกาสทำความรู้จักกับผู้บริหารในหลายๆ วงการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของเครือข่ายประชาสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมในเวลาต่อมา
ด้วยความที่เป็นคนที่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เขาจึงเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก สาขาการจัดการการสื่อสาร อันเป็นงานที่ถนัดและเข้าใจ จึงทำให้ เขาคว้าดุษฎีบัณฑิตสาขาดังกล่าว พร้อมกับคะแนนผลงานวิจัยระดับยอดเยี่ยม

My keys are IMC & Connections


การสอบเข้ารับราชการในสมัยนั้นถือว่าเป็นการสอบที่ยากมาก และผลการสอบเข้าได้ติดได้ในระดับคะแนนสอบที่สูง และเลือกเป็นข้าราชการ ศูนย์ปฏิบัติการสื่อสาร งานที่สำคัญ ก็คือการดูแลทางด้านงานข่าว ของหน่วยงานในสังกัดทั้งหมดเป็นหน่วยงานข่าวกรองภายใน ที่ต้องรายงานต่อรัฐมนตรี / ปลัดกระทรวง / อธิบดีที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการสื่อความข่าวไปยังองค์กรภายนอก และสื่อมวลชน แต่เวลาในการทำงานในฐานะข้าราชการของเขาหยุดตัวเลขอยู่ที่ 7 ปี ต่อมาก็ได้ไปเข้ามาทำงานใหม่ เป็นหัวหน้าหน่วยประชาสัมพันธ์ที่ธนาคารของรัฐในสมัยที่ฉลองครบรอบ 80 ปีพอดี ซึ่งเป็นยุคแรกๆ ที่ทำหนังโฆษณาในแนวใหม่ เขาแต่งเพลง ทำหนังโฆษณา เขียน สปอร์ตโฆษณา  เขียนแผนและดำเนินการด้านสื่อสารการตลาด ในการจะทำโฆษณานั้น ต้องทำความเข้าใจเรื่องของสินค้าก่อน เพราะยุคนั้น นอกจากบัญชีเงินฝากแล้ว เป็นช่วงแรกสำหรับการเริ่มบุกธุรกรรมการเงินใหม่ๆ มากขึ้นมีทั้งสินเชื่อบ้าน กองทุน ธุรกิจประกัน และนานาผลิตภัณฑ์
ในแง่ของการเปิดตลาดการเงินสินค้าใหม่ ซึ่งต้องโปรโมทกันมากๆ ทำในลักษณะของการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจร บุกตลาดทั้งในกรุงเทพฯ หัวเมืองในต่างจังหวัดที่ต้องวิธีการนำเสนอ การตลาดแนวใหม่เพิ่มมากขึ้น ควบคู่กับการสร้าง Brand ให้เป็นที่รู้จัก ต่อมาได้รับการชักชวนให้มาทำงานอยู่ที่สถาบันการเงินภาคเอกชนเต็มตัวให้กับธนาคารชั้นนำแห่งแรกของเมืองไทย ประเดิมงานแรกด้วยการจัดงานฉลองครบรอบ 90 ปี ดูแลด้านภาพลักษณ์องค์กร งานสื่อสารทั้งภายนอก ภายใน ไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุ ทีวี สื่อโสตทัศน์ สไลด์มัลติวิชั่น New Media ในยุคที่ขยายเครือข่ายไปยังธุรกิจต่างๆ ทั้งด้านการเงินIT / Media สถานีโทรทัศน์ และยุคแรกแห่งการสร้าง Brand ของสถาบันการเงินรวมถึงกิจกรรมสังคม ที่เป็นโครงการระดับประเทศ เพราะนั่นคือ “ภาพลักษณ์” (Image)ซึ่งถือเป็นหน้าตาขององค์กรเลยทีเดียว รวมถึงการสื่อสารทางด้านการมีส่วนร่วมกับสังคมในยุคที่ CSR เบ่งบาน

จากวันนั้นถึงวันนี้ปัจจุบัน ดร.พจน์ ฯ ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ด้านการจัดการสื่อสารอย่างครบเครื่องในระดับแถวหน้าของประเทศไทยทั้งด้านการปฏิบัติและภาควิชาการ


PR = Strategic Communication


แนวรบด้านการสื่อสาร ก็เป็นอีกประการหนึ่งที่เห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพานาวา ให้สามารถลอยล่องอยู่ในน่านน้ำการแข่งขันในระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ หัวใจขององค์กรก็คือการสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับการสื่อสารสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร ต้องเป็นเรื่องที่ทำกันอย่างจริงจัง ส่วนสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือการวางกลยุทธ์ทางด้านการสื่อสารขององค์กร (Strategic Communication) การจะตอบคำถาม และส่งคำตอบนั้นไปให้คนแต่ละกลุ่ม ถือว่าเป็นเรื่องของศาสตร์ และศิลป์ของ PRและนี่คือการวัดระดับของความสามารถทางการสื่อสาร ได้ ว่าใครคือ “ของแท้” ใครคือ “ของเทียม”

ข้อความเดียวกัน แต่ต้องออกแบบข้อความ (Message) ต้องมาสร้างเครื่องมือ การสื่อสารให้ออกมาตรงตามวัตถุประสงค์ ตรงนี้จึงเป็นเรื่องของศิลป์ เป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญ ชำนาญการและประสบการณ์

อ่านต่อ->>